วันพุธที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

ทุ่งทานตะวัน


                   เดือนนี้กรกฎาคมแล้วเหรอเนี่ย เผลอแป๊บเดียวเวลาก็ล่วงเลยมากลางปีแล้ว....ปลายปีนี้ใครวางแผนจะไปเที่ยวไหนกันบ้าง ครับ ถ้ายังไม่รู้ว่าจะไปไหน พี่ก้องขออาสาแนะนำทุ่งดอกทานตะวันของจังหวัดลพบุรี ให้เป็นตัวเลือกหนึ่งก็แล้วกัน อาจจะไม่งดงามเหมือนทุ่งดอกบัวตองของทางเหนือ แต่ก็ให้ความรู้สึกสบายตาสบายใจไปกับสีสันที่เหลืองสะพรั่งไปทั้งท้องทุ่ง  ซึ่งจุดชมทุ่งทานตะวันของลพบุรี มีอยู่ด้วยกัน 3 จุด ดังนี้



  1. จุดแรกเขาจีนแล ใกล้วัดเวฬุวัน (วัดเขาจีนแล) ตำบลนิคมสร้างตนเอง อำเภอเมืองลพบุรี ห่างจากจังหวัดลพบุรีประมาณ 10 กิโลเมตร ดอกทานตะวันจะเริ่มบานประมาณปลายเดือนพฤศจิกายน - ธันวาคม จุดนี้ถือว่าเป็นจุดที่สวยที่สุดของจังหวัดลพบุรี เพราะมีทิวทัศน์ด้านหลังทุ่งทานตะวันเป็นภูเขาสูงต่ำสลับกันไป
  2. จุดที่สองบ้านหนองถ้ำ-ซับเสือแมบ ตำบลโคกตูม อำเภอเมือง ห่างจากจังหวัดลพบุรีประมาณ 15 กิโลเมตร จุดนี้ตอนนี้สามารถเที่ยวชมและถ่ายรูปได้อย่างสวยงามเนื่องจากเป็นช่วงปลายฝนต้นหนาว สภาพแวดล้อมยังเขียวสด ข้างหลังภาพถ่ายยังมีภูเขาหินปูนเป็นทิวทัศน์ที่สวยงาม
  3. จุดที่สามอ่างเก็บน้ำซับเหล็ก อำเภอเมืองลพบุรี เลยจุดที่สอง ประมาณ 1 กิโลเมตร มีอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และมีทุ่งทานตะวันอยู่ด้านล่าง ด้านหลังทุ่งทานตะวันจะมีภูเขาที่สวยงาม เรียกว่า "เขาตะกร้า" ทำให้ถ่ายภาพได้อย่างสวยงาม
                ทั้ง 3 จุดนี้ พี่ก้องก็ยังไปไม่ครบหรอกครับ ส่วนใหญ่จะหยุดที่จุดแรกมากกว่า สวยเหมือนกัน  สำหรับช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการชมทุ่งทานตะวันคือ ช่วงเช้าตรู่ถึง 10 โมงเช้า  เพราะอากาศกำลังสบายไม่ร้อนเกินไป และดอกทานตะวันหันหน้ารับแสงอาทิตย์ที่สาดส่องเข้ามาเป็นสีเหลืองอร่ามสดใส ถ้าสายกว่านี้ดอกทานตะวันจะไม่ค่อยสดเท่าใด แถมอาจจะเจอทานตะวันหน้าคว่ำด้วย อิอิ พี่ก้องเจอบ่อยๆ เพราะออกจากบ้านสาย...



พี่ก้องมีรูปทุ่งทานตะวันสวยๆมาอวดด้วยครับ ^__^





 รู้สึกว่าดอกทานตะวันจะ
เล็กกว่าหน้าพี่ก้องอีก  ฮ่าๆๆๆๆ



ถ้าใครสนใจมาเที่ยวสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่นี่ครับ (เตรียมพร้อมไว้แต่เนิ่นๆก็ดีนะครับ อยากให้มาเที่ยวลพบุรีกันเยอะๆ)

ททท. สำนักงานลพบุรี
ถ.รอบวัดพระธาตุ อ.เมือง จ.ลพบุรี 15000
โทรศัพท์: 036-422-768 - 9
เกษตรอำเภอเมืองลพบุรี
โทรศัพท์:  036-411-202 036-412-338
เกษตรอำเภอพัฒนานิคม
โทรศัพท์:  036-491-133

วันอังคารที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

เที่ยววัดเกริ่นกฐิน





                   วัดเกริ่นกฐิน ตั้งอยู่ที่ตำบลบ้านชี อำเภอบ้านหมี่ จังหวัดลพบุรี เมื่อประมาณ 30 กว่าปีที่แล้วมีเพียงศาลาเรือนไทยหลังเก่าๆ อยู่หลังเดียวเท่านั้น หลังจากที่ พระครูวิมลสมณวัตร (หลวงพ่อเพี้ยน) เป็นเจ้าอาวาสของวัดเกริ่นกฐิน หลวงพ่อท่านและชาวบ้านเกริ่นกฐินร่วมกันพัฒนาวัดให้ดีขึ้น วัดเกริ่นกฐินทุกวันนี้นับว่าเป็นวัดที่มีความสำคัญที่สุดแห่งนี้ของจังหวัดลพบุรี ถึงแม้วัดแห่งนี้จะไม่ได้ตั้งอยู่ในตัวเมืองแต่ด้วยพลังศรัทธาของพุทธศานิกชน ทำให้มีประชาชนหลั่งไหลกันมาทำบุญกันอย่างไม่ขาดสาย อีกทั้งต้องการที่จะมาชื่นชมบารมีของหลวงพ่อเพี้ยน และร่วมกันบริจาคทรัพย์ บูชาวัตถุมงคลที่หลวงพ่อท่านได้ปลุกเสกแล้ว รวมถึงทำบุญไหว้พระ ปิดทองหลวงพ่อปาน และกราบหลวงพ่อเพี้ยน ในทุกวันๆ ถ้าไม่มีกิจนิมนต์ที่ไหน หลวงพ่อเพี้ยนจะมานั่งอยู่ภายในศาลา เพื่อพรมน้ำมนต์แก่พุทธศาสนิกชนที่มาทำบุญ




มีพระบรมสารีริกธาตุให้กราบไหว้บูชา
ปิดทอง
ไหว้พระขอพร

























































ถาวระวัตถุที่สำคัญของวัด

  1. ศาลาการเปรียญ เป็นศาลาขนาดใหญ่สำหรับประกอบพิธีทางศาสนา
  2. วิหารหลวงพ่อปาน เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปที่ศักสิทธิ์ของวัดนั่นคือ หลวงพ่อปาน ซึ่งเป็นวิหารแก้วที่มีความวิจิตรสวยงามมาก
  3. พระอุโบสถ ภายในมีภาพจิตรกรรมฝาผนังที่สวยงาม
  4. เจดีย์สำหรับไว้ประดิษฐาน พระบรมสารีริกธาตุ ที่สมเด็จพระสังฆราชประทานให้ไว้ เป็นวิหารที่สวยงามมีการประดับตกแต่งทั้งภายในและภายนอกอย่างงดงาม และมีการยกฉัตรทองคำอีกด้วย
  5. ศาลาสำหรับพักผ่อน เป็นศาลที่สร้างเอาไว้ตรงทางเข้าวัด มีสองหลังด้วยกันและมีการจัดสวนไว้อย่างสวยงาม
  6. พุทธอุทยาน สถานปฏิบัติธรรม “วิมลธรรมวัตร” ประดิษฐาน องค์พระพุทธรูปประจำวันอาทิตย์ (ปางถวาย เนตร) สูง 29 ศอก ขณะนี้กำลังดำเนินการก่อสร้างยังไม่แล้วเสร็จ
  7. ศาลากลางน้ำ
  8. วิหารพระครูวิมลสมณวัตร

ที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ





























กำเนิดเมืองลพบุรี


     
                  จังหวัดลพบุรี  ถ้าเอ่ยขึ้นมาทุกคนก็ต้องนึกถึงลิงก่อนเป็นอันดับแรก แต่ก็ไม่รู้ว่าเกี่ยวพันกันยังไง จนวันหนึ่งได้อ่านหนังสือ ตำนานเมืองลพบุรี ซึ่งได้กล่าวถึงต้นกำเนิดของเมืองลพบุรีไว้โดยอ้างอิงวรรณคดีของอินเดีย เรื่อง รามเกียรติ์  อ่านดูแล้วสนุกดี ก็เลยขอเอามาเล่าให้ผู้ที่สนใจได้อ่านกันเป็นเกร็ดความรู้เล็กๆน้อยๆ ดังนี้.......
                เมื่อครั้งที่พระรามรบชนะยักษ์ทุกตนแล้ว พระองค์ทรงปูนบำเหน็จให้แก่บรรดาทหารกล้า ระดับแม่ทัพนายกองที่เป็นพลลิงทั้งหลายอย่างทั่วถึง  แต่สำหรับรางวัลของหนุมาน ซึ่งเป็นทหารเอกที่มีความดีความชอบที่สุดนั้น พระรามรับสั่งกับหนุมานว่า "เจ้าลิงเผือกเอ๋ย เจ้ามีความดีความชอบในการทำสงครามยิ่งนัก รบชนะยักษ์มารทุกตน ข้าใช้ให้เจ้าทำการงานสิ่งใด เจ้าก็ทำด้วยหัวใจอันแข็งแกร่ง ประสบความสำเร็จควรแก่การสรรเสริญ วันนี้ข้าจะให้เมืองแก่เจ้าได้ครอบครอง แต่เป็นสถานที่ใดยังมิรู้ได้ ขอแต่เพียงให้เจ้าเหาะตามศรของข้าที่จะแผลงไปนี้ เมื่อศรของข้าตกลง ณ ที่ใด ที่นั่นถือเป็นเมืองที่ข้าให้เจ้า"







                    ว่าแล้วพระรามก็แผลงศรพรหมมาสตร์เป็นไฟลุกโชติช่วง ประกอบกับเสียงดังสนั่นไปทั่วท้องฟ้า ฝ่ายหนุมานก็เหาะตามศรของพระรามไปอย่างกระชั้นชิด ในที่สุดศรของพระรามได้ตกลงยังพื้นที่แห่งหนึ่งใกล้เชิงเขา ทำให้พื้นที่บริเวณนั้นแตกกระจายกลายเป็นท้องทุ่ง เรียกว่า "ทุ่งพรหมมาสตร์" หนุมานได้แปลงร่างเป็นลิงใหญ่ ใช้หางหวาดตะล่อมพื้นที่พูนดินขึ้นเป็นที่หมายเอาไว้เพื่อให้จำได้ และใช้อาวุธตรีเพชรตะล่อมดินและหินที่แตกกระจายให้เป็นแนวกำแพงเมือง กลายเป็น "ภูเขาสามยอด" และตั้งชื่อเมืองนี้ว่า "ลพบุรี" อันหมายถึงเมืองของพระลพผู้เป็นราชโอรสพระองค์หนึ่งของพระราม และหนุมานก็นับถือพระลพ เสมอด้วย "พระพาย"บิดาของตนเอง
                      อยู่ลพบุรีมาก็นานแล้วเพิ่งจะรู้ที่มาที่ไปของต้นกำเนิดของจังหวัด แม้อาจจะดูเหลือเชื่อ แต่ก็สนุกดีทำให้เราหวนรำลึกถึงวรรณคดีที่เคยเรียนมา วันหลังจะมาเล่าถึงที่เที่ยวในลพบุรีให้อ่านกันดีกว่า ส่วนใหญ่ก็จะเป็นวัด เพราะผู้เขียนไม่รู้จะไปเที่ยวไหน เข้าวัดดีกว่า ฮ่าๆๆๆๆ